The Translator and Interpreter Association of Thailand

สมาคมนักแปลและล่ามแห่งประเทศไทย

มุมสมาชิก

ส่วนนี้สงวนไว้สำหรับสมาชิกของสมาคมฯ เท่านั้น โดยหลังจาก login เข้าระบบแล้ว ท่านจะอ่านข่าวสารจากสมาคมฯ และเข้าถึงข้อมูลการแปลได้เพิ่มเติม

สมัครสมาชิก

แบบฟอร์ม และระเบียบการสมัคร

ติดต่อเรา

ติดต่อ คุณอังสนา ทรัพย์สิน
อีเมล tiatangsana@gmail.com
โทรศัพท์ ๐๙๕-๓๐๖-๐๗๓๖

วิสัยทัศน์ของสมาคม

สมาคมนักแปลและล่ามเป็น สมาคมวิชาชีพ สมาชิกประกอบด้วยนักแปล ล่าม สำนักพิมพ์ และบุคคล/ องค์กรที่เกี่ยวข้องกับการแปลและการล่าม ตลอดจนบุคคลทั่วไป/ องค์กรที่สนใจการแปลและการล่าม

  • เป็นศูนย์รวมของนักแปลและล่าม รวมทั้งผู้ที่เกี่ยวข้องด้านการแปลและการล่าม
  • ช่วยพัฒนามาตรฐานการแปลและการล่าม
  • ประสานความร่วมมือและประโยชน์ร่วมกันระหว่างองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการแปล และการล่าม ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

จำนวนหลักสูตรประจำปี 2560

จำนวนสมาชิก

จำนวนผู้เข้ารับการอบรม

ปี 2560

หลักสูตรต่างๆ

หลักสูตรอบรมที่จัดโดยสมาคมนักแปลและล่ามแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๖๐

การจัดอบรมหลักสูตร “นักแปลบทพากย์ รุ่น ๔”

กำลังรับสมัคร หลักสูตรการแปล

“แปลธุรกิจไทย-อังกฤษระดับกลาง” รุ่น ๔

กำลังรับสมัคร หลักสูตรการแปล

“การตรวจแก้ต้นฉบับแปล” รุ่น ๑

กำลังรับสมัคร หลักสูตรการแปล

การอบรม “การแปลให้เก่ง” รุ่น ๒

กำลังรับสมัคร หลักสูตรการแปล

ดูรายละเอียดหลักสูตรทั้งหมดจากสมาคม

ค้นหา
ข่าวสาร

คลังความรู้

เกี่ยวกับสมาคม

กรรมการบริหารสมาคม

นางถนอมวงศ์ ล้ำยอดมรรคผล
นายกสมาคมฯ

มล. วีรอร วรวุฒิ
อุปนายก 1

นายสถาพร ฉันท์ประสูตร
อุปนายก 2

LIKE US

ON FACEBOOK

ศุกร์ละสำนวน (๒๖)

You know ไม่ได้แปลว่ารู้ไหม เพราะไม่มีเครื่องหมาย ?

วลีนี้จะเรียกว่าเป็นสำนวนก็เรียกได้ไม่เต็มปาก เพราะบางครั้งไม่ต้องแปลก็ได้ หากยังจำบอล ภราดร ตอนเป็นนักเทนนิสอันดับต้น ๆ ของโลกได้ เมื่อให้สัมภาษณ์สื่อหลังแข่ง ๒-๓ นาที บอลมักพูด you know สัก ๒๐-๓๐ ครั้ง

แต่ที่นำมาเขียนถึง เพราะประหลาดใจว่าทำไมนักแปลเกือบทุกคนถึงไม่เข้าใจความหมายโดยนัยที่ขึ้นกับบริบท เช่น ใช้เรียกความสนใจ

"You know," he said. "Sometimes I think Mary goes too far.

"นี่/ฟังนะ" เขาพูด "บางครั้งฉันว่าแมรี่เพ้อเจ้อ"

แต่บางบริบท วลีนี้อาจมีความหมายแรงมาก เช่น

She may not want me, you know.

เธออาจไม่ต้องการฉัน จริงนะ

ตบท้ายด้วยบริบทที่ไม่ต้องแปลวลีนี้ เพราะแปลอย่างไรก็ไม่สละสลวย

There is nothing you could have done. I'm just glad that you are okay. I've been thinking about you, you know.

เจ้าทำเต็มที่แล้ว ข้าดีใจที่เจ้าปลอดภัย ข้าคิดถึงเจ้ามาตลอด

ครูหนอนฯ
๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๐

#ศุกร์ละสำนวน #thaitiat #แปลทีละความ #ครูหนอนฯ
...

View on Facebook

การแปลทีละความตามมุมมองตัวละคร (๕)

พุธนี้เพิ่มชื่อหัวข้อให้ยาวขึ้น เพื่อสื่อความให้ชัดขึ้น

She look at Henry consideringly.

ประโยคนี้ดูเหมือนง่าย แต่น้องนักแปลเตลิดเข้ารกเข้าพง คงงงคำว่า consideringly เปิดดิคกี่เล่ม กี่เล่ม ก็ไม่เจอ พี่นักเขียนใส่ ly มาทำไม ในเมื่อ considering เป็น adverb อยู่แล้ว

ตอนแก้ประโยคนี้ ผมไม่ได้เปิดดิค แต่อ่านตามมุมมองตัวละคร เธอ ว่าทำไมทำเช่นนี้ พอรู้ว่า เธออยากรู้ว่าเฮนรี่คิดอะไรอยู่ ก็นึกว่าคนไทยจะว่าอย่างไร แล้วว่าไปเลย

เธออ่านสีหน้าเฮนรี่

She looked at Henry, who looked back at her, hope shining in his face.

สองท่อนแรกแปลรวบได้เลยว่า

เธอสบตากับเฮนรี่
หรือ
เธอกับเฮนรี่สบตากัน

อย่าแปลทีละคำ มันจะดูประหลาด ๆ ส่วนท่อนสุดท้ายแปลตามเคล็ดวิชาแปลได้ว่า

สีหน้าเขาเปี่ยมความหวัง

She was wearing the dress she'd worn the day he first met her for the second time, reminding him of the starry night.

ประโยคนี้น้องงงตรง for the second time ว่าพี่เขียนมาทำไม

วลีนี้คือการขยายชุดที่เธอสวมว่าเขาเห็นเป็นครั้งที่สอง แต่เขาเห็นเป็นครั้งที่เท่าไร ก็ไม่สำคัญ ฉะนั้นละได้ (หากคงไว้จะไม่สละสลวย) สิ่งสำคัญอยู่ที่หลังจากเขาเห็น

เธอสวมชุดเดียวกับที่สวมเมื่อพบเขาครั้งแรก ทำให้เขาหวนนึกถึงดาวพร่างพรายยามค่ำคืนนั้น

It was not so difficult, getting the formula ready. He had watched Henry do it several times now, and he found that he able to follow along by doing what Henry had done.

พี่ช่างเขียนได้เยิ่นเย้อยาวความเหลือเกิน แต่น้องที่มึนงงมาสามประโยค กลับอ่านได้ทะลุปรุโปร่งเหลือเชื่อ แล้วแปลได้กระชับสุดสุด (สงสัยองค์ลง)

เขาดูเฮนรี่ชงนมมาแล้วหลายครั้ง จึงทำตามได้ง่าย ๆ

ครูหนอนฯ
๑๙ กรกฎาคม ๒๕๖๐

#แปลทีละความ #เคล็ดวิชาแปล #ครูหนอนฯ #thaitiat #มุมมองตัวละคร
...

View on Facebook

ศุกร์ละสำนวน (๒๕)

He was a fragile old man at the end of the road.

ก่อนอธิบายสำนวนในท่อนท้าย ขออธิบายคำว่า fragile ซึ่งมักแปลกันว่า เปราะบาง แล้วก็อ่านกันไม่ค่อยรู้เรื่อง (แต่ก็ยังดึงดัน) เพราะเปราะอาจไม่บาง และบางอาจไม่เปราะ คำนี้จึงควรแปลดังนี้

๑ สิ่งของ แตกง่าย, เปราะ
๒ สถานการณ์/ความรู้สึก ง่อนแง่น, ตึงเครียด, หวั่นไหว
๓ สุขภาพ อ่อนแอ, เหนื่อยล้า
๔ ลักษณะของคน บอบบาง

ส่วนท่อนท้ายมาจากสำนวน
the end of the road/line
คำอธิบายความหมายว่า
the end of a process, activity, or state

จากประโยคบนสุดจะเห็นว่า ผู้เขียนใช้สำนวนไม่ถูกความหมาย เพราะตัวละครยังไม่ตาย แต่...

เขาเป็นชายแก่อ่อนแอที่เป็นไม้ใกล้ฝั่ง

อธิบายสำนวนไทยเป็นของแถม เพราะแม้แต่ครูภาษาไทยหลายคนก็ยังเข้าใจสำนวนนี้ผิด คิดว่าไม้คือ ท่อนไม้/ขอนไม้ที่ถูกคลื่นทะเลซัดเข้าใกล้ฝั่ง ทั้งที่เป็นอุปมา (simile) ที่ไม่เห็นภาพการใกล้ตายเลย

ที่ถูกต้อง ไม้คือต้นไม้ที่อยู่ใกล้ฝั่งเจ้าพระยา พอถึงฤดูน้ำหลาก ตลิ่งก็ถูกกัดเซาะ ไม้ใกล้ฝั่งจึงเข้าใกล้ความตายในทุกปี ทุกปี ใครที่ยังเข้าใจผิด โปรดทราบแล้วเปลี่ยน

ครูหนอนฯ
๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๐

#ศุกร์ละสำนวน #thaitiat #แปลทีละความ #ครูหนอนฯ
...

View on Facebook

การแปลทีละความ (๔)

พุธนี้จะหยิบยกการแปลทีละความของมือใหม่มาให้ดู จะได้มีกำลังใจกัน เป็นผลงานเล่มที่ ๒ ของผู้ที่เคยมาเรียนกับครูหนอนฯ เกือบครบทุกหลักสูตร

ประโยคแรก ขณะจะพากันหลบนี้จากที่กักขัง แล้วมีคนหนึ่งหวาดหวั่นพรั่นพรึง คนชวนจึงพูดว่า

It's perfectly safe!

ปลอดภัยหายห่วง!

ส่วนประโยคนี้เป็นความรู้สึกของตัวละครที่เพิ่งสูญเสียผู้ที่เขารักและพึ่งพิงมาตลอดชีวิต

I just stood there feeling numb and weak and hollow.

ฉันยืนอึ้ง ตัวชา เคว้งคว้าง

ประโยคต่อไปนี้ต้องแก้บางคำ เพื่อให้รสคำงามรสความชัด

he waved his arms so wildly he lost his balance and fell to the ground

มือโบกไปมา จนเสียการทรงตัว ล้มลง

โบกไม้โบกมือจนเสียการทรงตัวล้มลง

ส่วนประโยคนี้ต้องอธิบาย

Tom's chin quivered, and tears created little rivers through the soot caked on his face.

ทอมคางสั่น น้ำตาไหลเป็นสายน้ำผ่านรอยเขม่าบนหน้า

ท่อนแรกแม้ต้นฉบับจะเป็น chin แต่แปลว่า คางไม่ได้ เพราะคนไทยเห็นคนที่ร้องไห้ว่า ปากสั่น

ท่อนหลังแม้จะแปลทีละความแล้ว แต่ยังสลัดต้นฉบับไม่หลุด ทั้งประโยคแก้เป็น

ทอมปากสั่น น้ำตาไหลอาบคราบเขม่าบนหน้า

I glanced at Sophie, who was standing in the corner quietly, listening.

ฉันเหลือบมองโซฟี เธอยืนฟังอยู่มุมห้องเงียบ ๆ

แก้เป็น

ฉันเหลือบมองโซฟีที่ยืนนิ่งฟังอยู่มุมห้อง

ปิดท้ายด้วยประโยคที่แก้แค่ ๑ คำ ๒ พยางค์

My eyes flew open. It was morning, but my room was full of moving shadows.

ข้าลืมตาโพลง เช้าแล้ว แต่ห้องข้ามีเงาเคลื่อนไหววูบวาบ

ครูหนอนฯ
๑๒ กรกฎาคม ๒๕๖๐

#แปลทีละความ #เคล็ดวิชาแปล #ครูหนอนฯ #thaitiat
...

View on Facebook

วันที่ 11 ก.ค.60
ดร.ถนอมวงศ์ นายกสมาคมนักแปลและล่ามฯ นำทีมมาร่วมงานเปิดตัวหนังสือนิทานนานาชาติ ที่สถานทูตโปรตุเกส
สมาคมฯ มีส่วนร่วมในการทำหนังสือเล่มนี้โดยจัดทีมนักแปลและบรรณาธิการช่วยกันแปลจนโครงการนี้สำเร็จลุล่วง
...

View on Facebook